ประกันสังคม 5% เพดาน 875 บาท คิดยังไง — ฐานค่าจ้าง สิทธิประโยชน์ และหน้าที่นายจ้าง ปี 2569
ลูกจ้างทุกคนที่เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ถูกหักเงินสมทบประกันสังคม 5% ของค่าจ้าง ทุกเดือน และนายจ้างต้องจ่ายสมทบอีกเท่ากัน ฟังดูง่าย แต่คำถามที่ HR เจอจริงคือ "ค่าจ้าง" นับอะไรบ้าง โอทีนับไหม รายวันคิดยังไง เข้างานกลางเดือนหักเต็มไหม และถ้านำส่งช้าโดนอะไร — หน้านี้ตอบครบ พร้อมตารางที่เปิดดูแล้วใช้ได้เลย
สรุปใน 30 วินาที
หัก = ค่าจ้าง × 5% โดยค่าจ้างที่ใช้คิดต้องอยู่ระหว่าง 1,650 – 17,500 บาท → ยอดหักจึงอยู่ระหว่าง 83 – 875 บาท/เดือน นายจ้างสมทบอีกเท่ากัน นำส่งด้วยแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ช้าเสียเงินเพิ่ม 2%/เดือน
ใครต้องเข้าประกันสังคม มาตรา 33
นายจ้างที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับจากวันที่รับเข้าทำงาน ลูกจ้างที่เข้าข่ายคือผู้ที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ถึง 60 ปีบริบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นรายเดือน รายวัน หรือทดลองงาน
| ประเภท | ต้องขึ้นทะเบียน ม.33? | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ลูกจ้างรายเดือน | ต้อง | ตั้งแต่วันแรกที่เข้างาน รวมช่วงทดลองงาน |
| ลูกจ้างรายวัน / ชั่วคราว | ต้อง | คิดเงินสมทบจากค่าจ้างที่ได้จริงแต่ละเดือน |
| ลูกจ้างต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงาน | ต้อง | สิทธิและหน้าที่เหมือนคนไทย |
| กรรมการ / เจ้าของกิจการ | ไม่ต้อง | ไม่ใช่ลูกจ้างตามกฎหมาย (สมัคร ม.39 หรือ ม.40 เองได้) |
| ลูกจ้างอายุเกิน 60 ที่รับเข้าใหม่ | ไม่ต้อง | พ้นเกณฑ์อายุ (แต่คนที่เป็นผู้ประกันตนอยู่แล้วก่อนอายุ 60 ยังอยู่ต่อได้) |
| ฟรีแลนซ์ / ผู้รับจ้างทำของ | ไม่ต้อง | ไม่มีความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้าง |
สูตรคำนวณ และตาราง 10 ระดับค่าจ้าง
เงินสมทบลูกจ้าง = ค่าจ้าง × 5% โดยค่าจ้างที่นำมาคิดมีฐานต่ำสุด 1,650 บาทและฐานสูงสุด 17,500 บาท ค่าจ้างต่ำกว่า 1,650 ให้คิดจาก 1,650 ค่าจ้างสูงกว่า 17,500 ให้คิดจาก 17,500 นายจ้างสมทบอีกเท่ากัน รัฐบาลสมทบอีกส่วนหนึ่งแต่ไม่เกี่ยวกับการหักในสลิป
| ค่าจ้าง/เดือน | ลูกจ้าง 5% | นายจ้างสมทบ | รวมนำส่ง | ลูกจ้าง/ปี |
|---|---|---|---|---|
| 1,650 (ฐานต่ำสุด) | 83 | 83 | 166 | 996 |
| 5,000 | 250 | 250 | 500 | 3,000 |
| 8,000 | 400 | 400 | 800 | 4,800 |
| 10,000 | 500 | 500 | 1,000 | 6,000 |
| 12,000 | 600 | 600 | 1,200 | 7,200 |
| 15,000 | 750 | 750 | 1,500 | 9,000 |
| 17,500 (ฐานสูงสุด) | 875 | 875 | 1,750 | 10,500 |
| 20,000 | 875 | 875 | 1,750 | 10,500 |
| 30,000 | 875 | 875 | 1,750 | 10,500 |
| 50,000 | 875 | 875 | 1,750 | 10,500 |
แถวสีเขียวคือค่าจ้างที่ชนเพดานแล้ว — ตั้งแต่ 17,500 ขึ้นไปหักเท่ากันหมดที่ 875 บาท นี่คือเหตุผลที่คนเงินเดือน 30,000 กับ 100,000 โดนหักประกันสังคมเท่ากัน และเป็นเหตุผลที่ตัวเลข 10,500 บาท (875 × 12) โผล่ในทุกบทความเรื่องภาษี เพราะเป็นยอดลดหย่อนประกันสังคมสูงสุดต่อปี
เพดานเปลี่ยนแล้ว ฐานค่าจ้างสูงสุดเดิมคือ 15,000 บาท (หักสูงสุด 750) ปัจจุบันปรับเป็น 17,500 บาท (หักสูงสุด 875) ถ้าโปรแกรมหรือไฟล์ Excel ของคุณยังหัก 750 อยู่ แปลว่ายังใช้ฐานเก่า ต้องแก้
"ค่าจ้าง" ตามประกันสังคม นับอะไรบ้าง
นี่คือจุดที่ผิดกันมากที่สุด กฎหมายประกันสังคมนิยาม "ค่าจ้าง" ว่าคือ เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้เป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ ไม่ใช่แค่ช่อง "เงินเดือน" ในสลิป
| รายการ | เข้าฐานประกันสังคม? | เหตุผล |
|---|---|---|
| เงินเดือน / ค่าจ้างรายวัน | เข้า | ค่าตอบแทนการทำงานโดยตรง |
| ค่าตำแหน่ง | เข้า | จ่ายประจำ ผูกกับการทำงาน |
| เบี้ยขยัน | เข้า | จ่ายประจำตามเงื่อนไขการมาทำงาน |
| ค่าคอมมิชชั่น | เข้า | ค่าตอบแทนตามผลงาน |
| ค่าครองชีพ / ค่าเดินทางที่จ่ายประจำเท่ากันทุกเดือน | เข้า | จ่ายประจำโดยไม่ต้องมีใบเสร็จ |
| ค่าล่วงเวลา (OT) | ไม่เข้า | เป็นค่าตอบแทนนอกเวลาทำงานปกติ |
| โบนัส | ไม่เข้า | ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงานประจำ |
| ค่าเดินทางที่เบิกตามจริง | ไม่เข้า | เป็นการชดใช้ค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ค่าตอบแทน |
| เงินชดเชย / ค่าจ้างแทนการบอกกล่าว | ไม่เข้า | จ่ายเมื่อเลิกจ้าง ไม่ใช่ค่าตอบแทนการทำงาน |
ตัวอย่างที่เห็นภาพ
| กรณี | ค่าจ้างฐาน | เงินเพิ่ม | ฐานประกันสังคม | หัก |
|---|---|---|---|---|
| ค่าตำแหน่งประจำ | 16,000 | + 3,000 ค่าตำแหน่ง | 19,000 → ใช้ 17,500 | 875 |
| โอที | 16,000 | + 3,000 OT | 16,000 | 800 |
เงินเข้ากระเป๋าเท่ากัน 19,000 บาท แต่ยอดหักต่างกัน 75 บาท เพราะค่าตำแหน่งเข้าฐาน โอทีไม่เข้า ถ้าระบบเงินเดือนแยกประเภทเงินได้ไม่ถูก ยอดนี้จะผิดทุกเดือนโดยไม่มีใครสังเกต
พนักงานรายวัน: ยอดหักเปลี่ยนทุกเดือน
พนักงานรายวันใช้สูตรเดียวกัน แต่ "ค่าจ้าง" คือ ค่าจ้างต่อวัน × จำนวนวันที่ทำงานจริงในเดือนนั้น เดือนไหนทำงานมาก หักมาก เดือนไหนหยุดเยอะ หักน้อย
| ค่าจ้าง/วัน | วันทำงาน | ค่าจ้างเดือนนี้ | หัก 5% |
|---|---|---|---|
| 400 | 26 | 10,400 | 520 |
| 400 | 20 | 8,000 | 400 |
| 600 | 26 | 15,600 | 780 |
| 750 | 26 | 19,500 → ใช้ 17,500 | 875 (ชนเพดาน) |
เข้างานหรือลาออกกลางเดือน
คิดจาก ค่าจ้างที่จ่ายจริงในเดือนนั้น ไม่ใช่เงินเดือนเต็ม พนักงานรายเดือน 30,000 บาท เริ่มงาน 16 กันยายน ได้ค่าจ้างเดือนแรก 15,000 บาท (30,000 × 15 ÷ 30) ประกันสังคมเดือนนั้นคือ 15,000 × 5% = 750 บาท ไม่ใช่ 875 พอเดือนตุลาคมทำงานเต็มเดือนค่อยหัก 875
ฝั่งลาออกเหมือนกัน ลาออกวันที่ 10 ได้ค่าจ้าง 10 วัน ก็หักจากค่าจ้าง 10 วันนั้น และนายจ้างต้อง แจ้งออก (สปส.6-09) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่งั้นระบบยังนับว่าเป็นลูกจ้างอยู่และอาจถูกเรียกเงินสมทบต่อ
หน้าที่นายจ้าง: แบบฟอร์ม กำหนด และเงินเพิ่ม
| หน้าที่ | แบบ | กำหนด |
|---|---|---|
| ขึ้นทะเบียนนายจ้างครั้งแรก | สปส.1-01 | ภายใน 30 วันนับจากมีลูกจ้างคนแรก |
| ขึ้นทะเบียนลูกจ้างใหม่ | สปส.1-03 | ภายใน 30 วันนับจากวันเข้างาน |
| นำส่งเงินสมทบรายเดือน | สปส.1-10 | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
| แจ้งลูกจ้างออก | สปส.6-09 | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ออก |
| แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลลูกจ้าง | สปส.6-10 | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
ถ้านำส่งช้า
- เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง นับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนด
- ไม่ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง หรือแจ้งข้อมูลเท็จ มีโทษทางอาญาทั้งจำและปรับ
- ลูกจ้างที่ไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนจะใช้สิทธิรักษาพยาบาลไม่ได้ — ความเสียหายตกที่ลูกจ้าง และนายจ้างต้องรับผิดชอบ
เงิน 5% ที่หักไป ได้อะไรกลับมา
ประกันสังคมมาตรา 33 คุ้มครอง 7 กรณี HR ควรอธิบายให้พนักงานเข้าใจ เพราะหลายคนมองว่าเป็นแค่เงินที่หายไปจากสลิป
| กรณี | สรุปสิทธิ |
|---|---|
| เจ็บป่วย | รักษาฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิ + เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อหยุดงานตามแพทย์สั่ง |
| คลอดบุตร | ค่าคลอดเหมาจ่าย + เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน (50% ของค่าจ้าง) |
| ทุพพลภาพ | เงินทดแทนรายเดือน + ค่ารักษา |
| เสียชีวิต | ค่าทำศพ + เงินสงเคราะห์แก่ทายาท |
| สงเคราะห์บุตร | เงินรายเดือนต่อบุตร 1 คน สูงสุด 3 คน อายุไม่เกิน 6 ปี |
| ชราภาพ | บำเหน็จหรือบำนาญเมื่ออายุ 55 และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน |
| ว่างงาน | เงินทดแทนระหว่างหางาน กรณีถูกเลิกจ้าง 50% ไม่เกิน 180 วัน / ลาออก 30% ไม่เกิน 90 วัน |
อัตราและเงื่อนไขปรับได้ตามประกาศ ตรวจฉบับล่าสุดที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมเสมอ
ประกันสังคมกับภาษี: ลดหย่อนได้เต็ม
เงินสมทบ ส่วนของลูกจ้าง นำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 10,500 บาทต่อปี และนายจ้างต้องนำยอดนี้ไปหักตอนประมาณภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วย ไม่งั้นจะหักภาษีเกิน อ่านวิธีคำนวณเต็มได้ที่ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน คำนวณยังไง และดูว่าเงินเดือนเท่าไหร่ถึงเริ่มเสียภาษีที่ เงินเดือนเท่าไหร่ถึงเสียภาษี
ส่วนกองทุนอีกตัวที่มักสับสนกันคือ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (หัก 0.25% เริ่ม 1 ต.ค. 2569) — คนละกองทุน คนละกฎหมาย และหักเฉพาะคนที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อ่านที่ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หัก 0.25%
ความเข้าใจผิด 5 ข้อ
"หัก 750 บาทสูงสุด"
ฐานเก่า ปัจจุบันฐานสูงสุด 17,500 หักสูงสุด 875 บาท ถ้ายังหัก 750 อยู่ นำส่งขาดทุกเดือนและโดนเงินเพิ่ม
"ทดลองงานยังไม่ต้องขึ้นทะเบียน"
ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันเข้างาน ไม่เกี่ยวกับสถานะทดลองงาน
"โอทีเยอะ ประกันสังคมต้องเพิ่ม"
ไม่เพิ่ม โอทีไม่เข้าฐานค่าจ้างประกันสังคม แต่ค่าตำแหน่งและเบี้ยขยันเข้า
"เข้างานกลางเดือนหัก 875 เต็ม"
คิดจากค่าจ้างที่จ่ายจริงในเดือนนั้น ทำงานครึ่งเดือนได้ 15,000 ก็หัก 750
"ลาออกแล้วไม่ต้องแจ้ง เดี๋ยวระบบรู้เอง"
ต้องยื่น สปส.6-09 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่งั้นระบบยังนับเป็นลูกจ้างและอาจเรียกเก็บต่อ
ให้โปรแกรมหักให้ถูกทุกเดือน
eSimPayroll ใช้กติกาเดียวกับหน้านี้: หัก 5% บนฐาน 1,650–17,500 ปัดเป็นบาท รู้เองว่าเงินได้ประเภทไหนเข้าฐาน (ค่าตำแหน่ง เบี้ยขยัน คอมมิชชั่น ค่าเดินทางประจำ เข้า / โอที โบนัส ไม่เข้า) รายวันคิดจากวันที่ทำงานจริง เข้า-ออกกลางเดือนคิดตามสัดส่วน กรรมการยกเว้นให้อัตโนมัติ และออกแบบ สปส.1-10 พร้อมยอดสมทบทั้งสองฝั่งให้ทุกเดือน
ลองใส่พนักงานของคุณดู
เพิ่มพนักงาน ใส่ค่าจ้างและเงินเพิ่ม ยอดประกันสังคมทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้างขึ้นทันที ทดลองฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
แหล่งอ้างอิงทางการ
อัตราและเกณฑ์อาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงาน ตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนใช้ยื่นจริง
คำถามที่พบบ่อย
ประกันสังคมหักเดือนละเท่าไหร่
หักร้อยละ 5 ของค่าจ้าง โดยใช้ฐานค่าจ้างต่ำสุด 1,650 บาท และสูงสุด 17,500 บาท ดังนั้นยอดหักอยู่ระหว่าง 83 ถึง 875 บาทต่อเดือน เงินเดือน 10,000 หัก 500 บาท เงินเดือน 15,000 หัก 750 บาท และเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 ขึ้นไปหักเท่ากันหมดที่ 875 บาท นายจ้างสมทบอีกเท่ากัน
ทำไมเงินเดือน 30,000 กับ 100,000 ถึงหักประกันสังคมเท่ากัน
เพราะกฎหมายกำหนดเพดานฐานค่าจ้างไว้ที่ 17,500 บาท ค่าจ้างส่วนที่เกินเพดานไม่นำมาคิด ทุกคนที่ค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 ขึ้นไปจึงถูกหัก 17,500 คูณร้อยละ 5 เท่ากับ 875 บาทเท่ากันหมด
โอทีกับโบนัสต้องหักประกันสังคมไหม
ไม่ต้อง ค่าล่วงเวลาและโบนัสไม่ถือเป็นค่าจ้างตามนิยามของกฎหมายประกันสังคม แต่เงินที่จ่ายประจำเป็นค่าตอบแทนการทำงาน เช่นค่าตำแหน่ง เบี้ยขยัน ค่าคอมมิชชั่น และค่าครองชีพ ถือเป็นค่าจ้างและต้องนำมารวมเป็นฐาน
พนักงานรายวันหักประกันสังคมยังไง
คิดจากค่าจ้างที่ได้รับจริงในเดือนนั้น คือค่าจ้างต่อวันคูณจำนวนวันที่ทำงาน แล้วคูณร้อยละ 5 ภายใต้เพดานเดียวกัน เช่นวันละ 400 บาท ทำงาน 26 วัน ได้ค่าจ้าง 10,400 บาท หัก 520 บาท ถ้าเดือนถัดไปทำงาน 20 วัน ได้ 8,000 บาท หักเหลือ 400 บาท ยอดจึงเปลี่ยนทุกเดือน
นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบเมื่อไหร่
ยื่นแบบ สปส.1-10 พร้อมนำส่งเงินสมทบทั้งส่วนลูกจ้างและนายจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง หากนำส่งช้าต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้าง
กรรมการบริษัทต้องเข้าประกันสังคมไหม
กรรมการที่เป็นเจ้าของหรือผู้มีอำนาจจัดการไม่ถือเป็นลูกจ้างตามมาตรา 33 จึงไม่ต้องขึ้นทะเบียนและไม่ต้องหัก แต่กรรมการที่ทำงานเป็นลูกจ้างจริงและอยู่ใต้บังคับบัญชาของบริษัทอาจถือเป็นลูกจ้างได้ ควรตรวจกับสำนักงานประกันสังคมเป็นรายกรณี
เงินสมทบประกันสังคมเอาไปลดหย่อนภาษีได้ไหม
ได้ เงินสมทบส่วนของลูกจ้างหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 10,500 บาทต่อปี (875 คูณ 12) นายจ้างต้องนำยอดนี้ไปหักตอนประมาณภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วย



