เงินเดือนเท่าไหร่ถึงเสียภาษี ตารางคำนวณปี 2569
ประมาณ 26,700 บาทต่อเดือน คือจุดที่เริ่มเสียภาษี สำหรับคนโสดที่ไม่มีค่าลดหย่อนอื่นนอกจากลดหย่อนส่วนตัวและประกันสังคม ต่ำกว่านั้นไม่เสียเลย หน้านี้อธิบายว่าตัวเลขนี้มาจากไหน แต่ละช่วงเงินเดือนเสียเท่าไหร่จริง ๆ และความเข้าใจผิดข้อเดียวที่ทำให้คนตกใจตอนโดนหักภาษีครั้งแรก
คำตอบสั้น ๆ
เงินเดือนไม่เกิน 26,708 บาท = ไม่เสียภาษี
เงื่อนไข: โสด · ไม่มีค่าลดหย่อนอื่น · หักประกันสังคมเต็มเพดาน · ไม่มีโบนัสหรือโอที
ถ้ามีลดหย่อนอื่นเช่นประกันชีวิต กองทุน หรือดอกเบี้ยบ้าน ตัวเลขนี้จะสูงขึ้นไปอีก
26,708 มาจากไหน
ภาษีไม่เคยคิดจากเงินเดือน แต่คิดจาก เงินได้สุทธิ คือเงินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว และเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น คำถามจึงกลายเป็นว่า เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะเหลือเงินได้สุทธิพอดี 150,000
| ขั้น | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| เงินได้ทั้งปี (26,708 × 12) | 320,496 |
| หัก ค่าใช้จ่าย (50% สูงสุด 100,000) | − 100,000 |
| หัก ลดหย่อนส่วนตัว | − 60,000 |
| หัก ประกันสังคม (875 × 12) | − 10,500 |
| เงินได้สุทธิ | 149,996 |
| ภาษีที่ต้องเสีย (ยังไม่ถึง 150,000) | 0 |
เพิ่มเงินเดือนอีก 1 บาทก็ข้ามเข้าช่วง 5% แต่เฉพาะบาทที่เกินเท่านั้นที่โดน 5% ไม่ใช่ทั้งเงินเดือน ตรงนี้คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด
แต่ละเงินเดือนเสียเท่าไหร่จริง ๆ
คนโสด ไม่มีลดหย่อนอื่น ไม่มีโบนัสหรือโอที แถวสีเขียวคือไม่เสียภาษี
| เงินเดือน | เงินได้ทั้งปี | เงินได้สุทธิ | ภาษี/ปี | ภาษี/เดือน |
|---|---|---|---|---|
| 15,000 | 180,000 | 21,000 | ไม่เสีย | — |
| 20,000 | 240,000 | 69,500 | ไม่เสีย | — |
| 25,000 | 300,000 | 129,500 | ไม่เสีย | — |
| 30,000 | 360,000 | 189,500 | 1,975 | 164.58 |
| 35,000 | 420,000 | 249,500 | 4,975 | 414.58 |
| 40,000 | 480,000 | 309,500 | 8,450 | 704.17 |
| 50,000 | 600,000 | 429,500 | 20,450 | 1,704.17 |
| 60,000 | 720,000 | 549,500 | 34,925 | 2,910.42 |
| 80,000 | 960,000 | 789,500 | 72,900 | 6,075 |
| 100,000 | 1,200,000 | 1,029,500 | 122,375 | 10,197.92 |
ดูตัวเลขนี้ให้ดี
เงินเดือน 30,000 เสียภาษีเดือนละ 165 บาท ไม่ใช่หลักพัน
เงินเดือน 50,000 เสียเดือนละ 1,704 บาท คิดเป็น 3.4% ของเงินเดือน ไม่ใช่ 15% ตามที่ชื่อขั้นบอก
ความเข้าใจผิดที่ทำให้ตกใจ
หลายคนเข้าใจว่าพอเข้าขั้นภาษีไหน เงินเดือนทั้งก้อนจะโดนอัตรานั้น ซึ่งไม่ใช่ กฎหมายภาษีไทยไม่ได้ทำงานแบบนั้น
| ที่คิดกัน | ความจริง |
|---|---|
| เงินเดือน 30,000 → เงินได้ 360,000 → 5% → เสีย 18,000/ปี | เก็บ 5% เฉพาะ 39,500 บาทที่เกินยกเว้น → 1,975/ปี |
| ขึ้นเงินเดือนแล้วข้ามขั้น เงินเหลือน้อยลง | เป็นไปไม่ได้ อัตราใหม่ใช้เฉพาะส่วนที่อยู่ในขั้นนั้น เงินสุทธิจึงเพิ่มขึ้นเสมอ |
ตารางขั้นบันไดภาษีเต็ม
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตรา | ภาษีสูงสุดในขั้นนี้ |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 20,000 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 37,500 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 50,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 250,000 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 900,000 |
| เกิน 5,000,000 | 35% | — |
อะไรทำให้เกณฑ์สูงขึ้น
ค่าลดหย่อนทุกตัวจะดันจุดที่เริ่มเสียภาษีให้สูงขึ้น
| ค่าลดหย่อน | จำนวน | ผลต่อเกณฑ์ |
|---|---|---|
| คู่สมรสไม่มีเงินได้ | 60,000 | เกณฑ์ขยับขึ้นราว +5,000 บาท/เดือน |
| บุตร (คนละ) | 30,000 | ขยับขึ้นราว +2,500 บาท/เดือน ต่อคน |
| เบี้ยประกันชีวิต | สูงสุด 100,000 | สูงสุดราว +8,300 บาท/เดือน |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | ตามที่จ่ายจริง | หักก่อนคิดภาษี ลดฐานภาษีโดยตรง |
| ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน | สูงสุด 100,000 | สูงสุดราว +8,300 บาท/เดือน |
อย่าลืมโบนัสกับโอที
ภาษีคิดจากเงินได้ทั้งปี ไม่ใช่แค่เงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส ค่าคอมมิชชั่น เบี้ยขยัน ค่าตำแหน่ง นับรวมหมด
คนที่เงินเดือน 25,000 (ต่ำกว่าเกณฑ์) แต่ได้โบนัส 2 เดือน จะมีเงินได้ทั้งปี 350,000 ซึ่งเกินเกณฑ์แล้ว
3 กรณีที่เจอบ่อย คิดให้ดูทีละบรรทัด
ตารางด้านบนเป็นกรณีคนโสดทำงานครบปี แต่ชีวิตจริงมีครอบครัว มีโบนัส และเข้างานกลางปี ตัวเลขเลยเปลี่ยนไปมาก
กรณีที่ 1 แต่งงาน คู่สมรสไม่มีรายได้ ลูก 2 คน เงินเดือน 40,000
| รายการ | โสด | มีครอบครัว |
|---|---|---|
| เงินได้ทั้งปี | 480,000 | 480,000 |
| หักค่าใช้จ่าย | −100,000 | −100,000 |
| ลดหย่อนส่วนตัว | −60,000 | −60,000 |
| ลดหย่อนคู่สมรส | — | −60,000 |
| ลดหย่อนบุตร 2 คน | — | −60,000 |
| ประกันสังคม | −10,500 | −10,500 |
| เงินได้สุทธิ | 309,500 | 189,500 |
| ภาษีทั้งปี | 8,450 | 1,975 |
| ภาษีต่อเดือน | 704.17 | 164.58 |
เงินเดือนเท่ากัน แต่คนมีครอบครัวเสียภาษีน้อยกว่าราว 4 เท่า เกณฑ์เริ่มเสียภาษีของกรณีนี้ขยับขึ้นไปอยู่ราว 36,700 บาท/เดือน ข้อสำคัญคือพนักงานต้องแจ้งข้อมูลลดหย่อนให้ฝ่ายบุคคล (แบบ ล.ย.01) ไม่งั้นบริษัทจะหักภาษีแบบคนโสดไปทั้งปี แล้วต้องไปขอคืนเอง
กรณีที่ 2 เงินเดือน 25,000 ได้โบนัส 2 เดือน
| รายการ | ไม่มีโบนัส | มีโบนัส 50,000 |
|---|---|---|
| เงินได้ทั้งปี | 300,000 | 350,000 |
| หักค่าใช้จ่าย + ลดหย่อน + ประกันสังคม | −170,500 | −170,500 |
| เงินได้สุทธิ | 129,500 | 179,500 |
| ภาษีทั้งปี | 0 | 1,475 |
เดือนปกติไม่ถูกหักภาษีเลย แต่เดือนที่ได้โบนัสจะถูกหักรวดเดียว 1,475 บาท เพราะวิธีที่นายจ้างส่วนใหญ่ใช้คือ คิดภาษีทั้งปีแบบรวมโบนัส ลบด้วยภาษีแบบไม่รวมโบนัส แล้วหักส่วนต่างในเดือนที่จ่าย พนักงานหลายคนตกใจเดือนนั้น แต่ยอดทั้งปีถูกต้องแล้ว
กรณีที่ 3 เริ่มงานเดือนกรกฎาคม เงินเดือน 40,000
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| เงินได้ทั้งปี (6 เดือน) | 240,000 |
| หักค่าใช้จ่าย (50% ไม่เกิน 100,000) | −100,000 |
| ลดหย่อนส่วนตัว | −60,000 |
| ประกันสังคม (875 × 6) | −5,250 |
| เงินได้สุทธิ | 74,750 |
| ภาษีทั้งปี | 0 |
เงินเดือน 40,000 ปกติต้องเสียเดือนละ 704 บาท แต่ปีแรกที่เข้างานกลางปีไม่ต้องเสียเลย ถ้าบริษัทคิดภาษีเหมือนทำงานครบ 12 เดือน จะหักเกินไปรวม 4,225 บาท ซึ่งพนักงานต้องไปขอคืนตอนยื่น ภ.ง.ด.91 ระบบเงินเดือนที่ดีควรเฉลี่ยตามจำนวนเดือนที่จ่ายจริงในปีนั้น ตั้งแต่แรก
ถ้าย้ายมาจากที่ทำงานเดิมในปีเดียวกัน เงินได้จากทั้งสองที่ต้องรวมกันตอนยื่นภาษี กรณีนี้อาจต้องเสียภาษีเพิ่มตอนยื่น เพราะแต่ละบริษัทคิดภาษีจากเงินที่ตัวเองจ่ายเท่านั้น เก็บ 50 ทวิ จากทุกที่ไว้ให้ครบ
ลดหย่อนแต่ละตัว ประหยัดภาษีได้จริงเท่าไหร่
ลดหย่อน 10,000 บาท ไม่ได้ประหยัดภาษี 10,000 บาท ประหยัดประมาณลดหย่อน × อัตราภาษีขั้นสูงสุดที่คุณอยู่
| เงินเดือน (โสด) | ขั้นภาษีสูงสุด | ลดหย่อน 10,000 ประหยัดได้ | ลดหย่อน 100,000 ประหยัดได้ |
|---|---|---|---|
| 25,000 | ยกเว้น | 0 | 0 |
| 30,000 | 5% | 500 | 1,975 * |
| 50,000 | 10% | 1,000 | 10,000 |
| 60,000 | 15% | 1,500 | 12,475 |
| 80,000 | 20% | 2,000 | 16,975 |
| 100,000 | 25% | 2,500 | 21,475 |
* ประหยัดได้ไม่เกินภาษีที่เสียอยู่ทั้งหมด · ลดหย่อนก้อนใหญ่ประหยัดได้น้อยกว่า "× อัตราสูงสุด" เล็กน้อย เพราะส่วนหนึ่งตกลงไปขั้นที่ต่ำกว่า
ข้อสรุป: คนที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ไม่ต้องรีบซื้อประกันหรือกองทุนเพื่อลดภาษี เพราะไม่มีภาษีให้ลด ส่วนคนที่อยู่ขั้น 10% ขึ้นไป ลดหย่อนเริ่มคุ้มค่าชัดเจน
เช็กลิสต์สำหรับพนักงาน
- แจ้งสถานะสมรส จำนวนบุตร และลดหย่อนอื่นให้ฝ่ายบุคคลตั้งแต่ต้นปี
- ดูสลิปเดือนแรก ๆ ว่าถูกหักภาษีสอดคล้องกับตารางในหน้านี้หรือไม่
- เดือนที่ได้โบนัส ถูกหักเยอะกว่าปกติเป็นเรื่องปกติ
- ขอ 50 ทวิ จากนายจ้างทุกแห่ง (ออกให้ภายใน 15 กุมภาพันธ์ หรือภายใน 1 เดือนหลังลาออก)
- ยื่น ภ.ง.ด.91 ภายใน 31 มีนาคม แม้ไม่ต้องเสียภาษี และขอคืนถ้าถูกหักเกิน
ไม่ถึงเกณฑ์ก็ยังต้องยื่น
การไม่เสียภาษี กับการไม่ต้องยื่น เป็นคนละเรื่องกัน
| สถานะ | ต้องยื่นเมื่อเงินได้ทั้งปีเกิน |
|---|---|
| โสด | 120,000 |
| สมรส (รวมกัน) | 220,000 |
การยื่นยังเป็นช่องทางขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้เกินระหว่างปีด้วย สำหรับหลายคนนี่คือเหตุผลหลักที่ต้องยื่น
🧮 อยากรู้ตัวเลขของตัวเอง? ใช้ เครื่องคำนวณภาษีเงินเดือนฟรี ใส่เงินเดือนและค่าลดหย่อน รู้ผลทันที
แหล่งอ้างอิงทางการ
อัตราและเกณฑ์อาจเปลี่ยนตามประกาศของหน่วยงาน ตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนใช้ยื่นจริง
คำถามที่พบบ่อย
เงินเดือนเท่าไหร่ถึงเริ่มเสียภาษี
คนโสดที่มีแค่ลดหย่อนส่วนตัวและประกันสังคม เริ่มเสียภาษีเมื่อเงินเดือนเกินประมาณ 26,708 บาท หรือเงินได้ทั้งปีราว 320,500 บาท ถ้ามีค่าลดหย่อนอื่นจุดนี้จะสูงขึ้น
เงินเดือน 30,000 บาท เสียภาษีเท่าไหร่
เงินได้ทั้งปี 360,000 หักค่าใช้จ่าย 100,000 ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 และประกันสังคม 10,500 เหลือเงินได้สุทธิ 189,500 เสีย 5% ของส่วนที่เกิน 150,000 คือ 1,975 บาทต่อปี หรือราว 165 บาทต่อเดือน
ทำไมเงินเดือน 30,000 ถึงเสียภาษีแค่เดือนละ 165 บาท
เพราะภาษีเป็นขั้นบันได 150,000 บาทแรกของเงินได้สุทธิยกเว้น อัตรา 5% ใช้เฉพาะส่วนที่เกินเท่านั้น ไม่ได้คิด 5% จากเงินได้ทั้งก้อน
เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์ต้องยื่นภาษีไหม
ต้องยื่น คนโสดที่มีเงินเดือนทั้งปีเกิน 120,000 บาท หรือสมรสมีเงินได้รวมเกิน 220,000 บาท ต้องยื่นแบบแม้ภาษีเป็นศูนย์ และใช้ขอคืนภาษีที่ถูกหักเกินได้
โบนัสกับโอทีนำมารวมคำนวณภาษีด้วยไหม
รวมทั้งหมด เงินเดือน โอที โบนัส ค่าคอมมิชชั่น เบี้ยขยัน และค่าตำแหน่ง เป็นเงินได้ประเภทเดียวกัน คนที่เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์อาจเกินเกณฑ์ได้เพราะโบนัสหรือโอที
แต่งงานมีลูกแล้ว เงินเดือนเท่าไหร่ถึงเสียภาษี
ถ้าคู่สมรสไม่มีเงินได้และมีบุตร 2 คน ค่าลดหย่อนเพิ่มอีก 120,000 บาทต่อปี เกณฑ์เริ่มเสียภาษีจะขยับขึ้นไปราว 36,700 บาทต่อเดือน เงินเดือน 40,000 ในกรณีนี้เสียภาษีเพียง 1,975 บาทต่อปี จากเดิม 8,450 บาทถ้าเป็นโสด
เดือนที่ได้โบนัส ทำไมถูกหักภาษีเยอะ
นายจ้างส่วนใหญ่คิดภาษีส่วนที่เพิ่มขึ้นจากโบนัสแล้วหักรวมในเดือนที่จ่าย เดือนนั้นจึงถูกหักมากกว่าปกติ แต่ยอดทั้งปีจะถูกคำนวณใหม่ตอนยื่น ภ.ง.ด.91 ถ้าหักเกินก็ขอคืนได้
เริ่มงานกลางปี ภาษีคิดยังไง
ภาษีคิดจากเงินได้ที่ได้รับจริงในปีนั้น คนที่เริ่มงานเดือนกรกฎาคมเงินเดือน 40,000 บาท มีเงินได้ทั้งปี 240,000 บาท หักค่าใช้จ่าย ลดหย่อนส่วนตัว และประกันสังคมแล้วเหลือเงินได้สุทธิ 74,750 บาท จึงไม่เสียภาษี ถ้าบริษัทหักไว้โดยคิดเหมือนทำงานครบ 12 เดือน ขอคืนได้ตอนยื่นภาษี
ย้ายงานระหว่างปี ต้องทำยังไง
ขอหนังสือรับรอง 50 ทวิ จากนายจ้างทุกแห่งที่ทำงานในปีนั้น แล้วรวมเงินได้และภาษีที่ถูกหักจากทุกฉบับลงใน ภ.ง.ด.91 ฉบับเดียว เพราะภาษีคิดจากเงินได้รวมทั้งปี ไม่ได้แยกตามนายจ้าง
ซื้อประกันชีวิตช่วยลดภาษีได้เท่าไหร่
ขึ้นกับขั้นภาษีที่อยู่ คนโสดเงินเดือน 50,000 บาทที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิต 100,000 บาท เงินได้สุทธิลดจาก 429,500 เหลือ 329,500 บาท ภาษีลดจาก 20,450 เหลือ 10,450 บาท ประหยัดได้ 10,000 บาทต่อปี คนที่ยังไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีจะไม่ได้ประโยชน์จากลดหย่อนเพิ่ม
ตัวเลขในหน้านี้คำนวณจากอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและค่าลดหย่อนมาตรฐาน ใช้เป็นแนวทางประมาณการ กรณีที่มีเงินได้หลายประเภท มีลดหย่อนเฉพาะ หรือต้องการความแม่นยำเพื่อยื่นจริง ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีอีกครั้ง
ให้ระบบคิดภาษีให้
eSimPayroll คิดภาษีขั้นบันไดให้พนักงานทุกคนจากเงินได้ทั้งปีจริง รวมเงินเดือน โอที โบนัส และเงินเพิ่มทุกประเภท หักประกันสังคมกับกองทุนก่อน แล้วเฉลี่ยภาษีตามเดือนที่ทำงาน พร้อมออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ และแบบ ภ.ง.ด.1 ให้ยื่นได้เลย ทดลองฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต



