← กลับไปหน้าบทความ
พื้นฐานเงินเดือน · อ่าน 7 นาที

ลาไม่รับค่าจ้าง (LWOP) หักเงินยังไง — หาร 30 หรือหารวันทำงานจริง

การคำนวณเงินหักกรณีลูกจ้างลาไม่รับค่าจ้าง

ลาไม่รับค่าจ้าง ดูเหมือนรายการหักที่ง่ายที่สุดบนสลิป — ไม่มาทำงานก็ไม่ได้ค่าจ้าง แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวเลข คนทำเงินเดือนสองคนในบริษัทเดียวกัน หักเงินลา 3 วันเท่ากันได้ตัวเลขไม่เท่ากัน เพราะใช้ตัวหารคนละตัว

ขั้นแรก — มันเป็นลาไม่รับค่าจ้างจริงหรือเปล่า

ก่อนหักเงิน ต้องเช็คก่อนว่าวันนั้นลูกจ้างยังมีสิทธิลาที่ได้รับค่าจ้างเหลืออยู่ไหม การไปหักเงินจากวันลาที่กฎหมายบังคับให้จ่าย คือความผิดพลาดที่แพงที่สุดในเรื่องนี้

ประเภทการลาได้ค่าจ้างไหมสิทธิตามกฎหมาย
ลาป่วย✅ ได้ได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงาน/ปี
ลากิจธุระจำเป็น✅ ได้ได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน/ปี
ลาพักร้อน✅ ได้ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน/ปี หลังทำงานครบ 1 ปี
ลาคลอด🟡 บางส่วนรวม 98 วัน โดยนายจ้างจ่ายค่าจ้าง 45 วัน
ลารับราชการทหาร✅ ได้ได้ค่าจ้างไม่เกิน 60 วัน/ปี
ลาไม่รับค่าจ้าง❌ ไม่ได้ไม่ใช่สิทธิตามกฎหมาย เป็นการตกลงกัน
ขาดงาน❌ ไม่ได้ไม่ได้ค่าจ้าง และอาจเป็นเรื่องวินัยด้วย

วันหนึ่งจะกลายเป็นลาไม่รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อสิทธิที่ได้ค่าจ้างถูกใช้หมดแล้ว หรือการหยุดนั้นไม่เข้าข่ายการลาประเภทที่ได้ค่าจ้างเลย เช่น ลูกจ้างที่ลาป่วยครบ 30 วันแล้ว ป่วยอีก วันที่ 31 เป็นต้นไปคือลาไม่รับค่าจ้าง

คำถามเรื่องตัวหาร — 30 หรือวันทำงานจริง

นี่คือปัญหาทั้งหมด สมมติเงินเดือน 30,000 บาท ลาไม่รับค่าจ้าง 3 วันในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งมี 31 วันตามปฏิทิน และถ้าทำงาน 5 วัน/สัปดาห์ จะมีวันทำงาน 21 วัน

ตัวหารที่ใช้ค่าจ้างต่อวันหัก 3 วัน
30 (วิธีที่ใช้กันทั่วไป)1,000.003,000.00
31 (วันตามปฏิทินจริง)967.742,903.23
21 (วันทำงานจริง)1,428.574,285.71

ลา 3 วันเท่ากัน แต่ตัวเลขห่างกันเกือบ 1,400 บาท การหารด้วย 21 หักมากกว่าการหารด้วย 30 ถึง 43%

ทำไม 30 ถึงปลอดภัยกว่า

กฎหมายแรงงานไทย เวลาต้องหาค่าจ้างต่อวันของลูกจ้างรายเดือน เช่น เพื่อคิดค่าล่วงเวลาหรือค่าทำงานวันหยุด จะถือว่าหนึ่งเดือนเท่ากับ 30 วัน ไม่ว่าเดือนนั้นจะมี 28 30 หรือ 31 วัน การใช้ตัวหารเดียวกันตอนหักเงินด้วย ทำให้ทั้งสลิปมีค่าจ้างต่อวันตัวเดียวกันตลอด

ตัวหารปัญหาที่เจอจริง
วันตามปฏิทิน (28–31)ค่าจ้างต่อวันเปลี่ยนทุกเดือน ลา 2 วันในเดือนกุมภาพันธ์แพงกว่าลา 2 วันในเดือนมีนาคม โดยที่ลูกจ้างไม่เข้าใจว่าทำไม
วันทำงานจริง (20–23)หักมากกว่าที่ลูกจ้างได้รับต่อวันตามปฏิทิน และขัดกับตัวหารที่กฎหมายใช้คิด OT บนสลิปใบเดียวกัน
30 (คงที่)ค่าจ้างต่อวันเท่ากันทุกเดือน สอดคล้องกับฐานคิด OT และอธิบายให้ลูกจ้างหรือเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานฟังได้ง่าย

เลือกวิธีไหนก็ตาม ต้องเขียนไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และใช้แบบเดียวกันกับทุกคนทุกเดือน นายจ้างที่หักลูกจ้างคนหนึ่งด้วยวันทำงานจริง อีกคนด้วย 30 วัน มีปัญหาหนักกว่าการเลือกตัวหารผิดมาก

ตัวอย่างคำนวณจริง

เงินเดือน 30,000 บาท ลาไม่รับค่าจ้าง 3 วันในงวดนี้ ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคมปกติ

รายการวิธีคิดจำนวน (บาท)
เงินเดือน30,000.00
ค่าจ้างต่อวัน30,000 ÷ 301,000.00
หักลาไม่รับค่าจ้าง1,000 × 3 วัน− 3,000.00
ค่าจ้างที่จ่ายจริง30,000 − 3,00027,000.00
ประกันสังคม 5%ติดเพดานฐาน 17,500 × 5%− 875.00
เงินสุทธิก่อนภาษีเงินได้26,125.00

สังเกตบรรทัดประกันสังคม ค่าจ้างลดเหลือ 27,000 แต่เงินสมทบไม่ขยับ เพราะ 27,000 ยังสูงกว่าเพดาน 17,500 อยู่ดี แต่ถ้าเงินเดือน 18,000 แล้วหัก 3,000 ค่าจ้างจะเหลือ 15,000 ซึ่งต่ำกว่าเพดาน เงินสมทบจะลดจาก 875 เหลือ 750 บาท

อะไรเปลี่ยนตามบ้าง

รายการผลจากการลาไม่รับค่าจ้าง
ประกันสังคมคิดจากค่าจ้างที่จ่ายจริง ฐานอยู่ระหว่าง 1,650–17,500 บาท เงินสมทบจึงเปลี่ยนก็ต่อเมื่อค่าจ้างตกลงมาต่ำกว่าเพดาน
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายลดลง เพราะเงินได้ของเดือนนั้นน้อยลง ต้องคำนวณใหม่ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเดือนก่อน
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคิดจากค่าจ้างที่จ่ายเช่นกัน จึงลดลงตาม
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นไปตามที่ข้อบังคับกองทุนกำหนดว่าใช้ฐานอะไร โดยทั่วไปคือค่าจ้างที่จ่ายจริง
อายุงานวันที่ลาไม่รับค่าจ้างจะนับเป็นอายุงานหรือไม่ ซึ่งมีผลต่อค่าชดเชยและวันลาพักร้อน ควรระบุให้ชัดในข้อบังคับหรือข้อตกลงการลา

ลูกจ้างรายวัน — อย่าหักซ้ำ

ลูกจ้างรายวันได้ค่าจ้างตามจำนวนวันที่มาทำงานจริง วันที่ไม่มาก็ไม่มีค่าจ้างสำหรับวันนั้นตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ถ้าไปหักเงินลาไม่รับค่าจ้างซ้ำอีก เท่ากับหักวันเดียวกันสองครั้ง ลูกจ้างจะได้ค่าจ้างน้อยกว่าที่ควรได้

แต่ยังควรบันทึกใบลาไว้ เพราะมีผลกับสถิติการมาทำงาน เบี้ยขยัน และใช้อธิบายว่าทำไมเดือนนั้นวันทำงานถึงน้อยลง

ลาครึ่งวันและลาเป็นชั่วโมง

หักตามสัดส่วน ลาครึ่งวันคือ 0.5 วัน ถ้าลาเป็นชั่วโมง ให้เอาจำนวนชั่วโมงที่ลาหารด้วยชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน

ลาคิดเป็นวันหักจากเงินเดือน 30,000
ครึ่งวัน0.5500.00
2 ชั่วโมง (วันละ 8 ชม.)2 ÷ 8 = 0.25250.00
4 ชั่วโมง (วันละ 8 ชม.)4 ÷ 8 = 0.5500.00

ควรกำหนดหน่วยการลาขั้นต่ำไว้ในข้อบังคับ เช่น ครึ่งวัน หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อให้การหยุดแบบเดียวกันถูกบันทึกเหมือนกันทุกครั้ง

ใบลาที่คร่อมสองงวด

ลูกจ้างลาไม่รับค่าจ้างตั้งแต่ 30 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม รวม 4 วัน แต่ไม่ได้อยู่ในสลิปใบเดียวกันทั้งหมด — 2 วันอยู่งวดกรกฎาคม อีก 2 วันอยู่งวดสิงหาคม ถ้าหักทั้ง 4 วันในเดือนสิงหาคม จะหักเกินในสิงหาคมและหักขาดในกรกฎาคม

ถ้าบริษัทใช้วันตัดรอบที่ไม่ใช่สิ้นเดือน การแบ่งวันต้องยึดวันตัดรอบ ไม่ใช่เดือนตามปฏิทิน

เช็คก่อนหัก

ตรวจทำไมต้องตรวจ
สิทธิลาที่ได้ค่าจ้างหมดแล้วจริงหักเงินจากวันลาที่กฎหมายบังคับให้จ่าย ทำไม่ได้
มีใบลาที่อนุมัติแล้วเก็บไว้ยอดหักต้องย้อนกลับไปหาเอกสารได้
นับวันเข้างวดถูกต้องใบลาที่คร่อมวันตัดรอบอยู่ในสลิปสองใบ
ตัวหารตรงกับข้อบังคับความไม่เหมือนกันระหว่างลูกจ้างคือความเสี่ยงจริง
คิดประกันสังคมและภาษีใหม่ทั้งสองอย่างคิดจากค่าจ้างที่จ่ายจริง
แสดงเป็นบรรทัดแยกพร้อมจำนวนวันลูกจ้างที่ไม่เห็นจำนวนวัน ตรวจตัวเลขไม่ได้

หน้านี้อธิบายแนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การลาไม่รับค่าจ้างส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน มากกว่าจะมีสูตรตายตัวในกฎหมาย ถ้าเป็นกรณีมีข้อพิพาท หรือก่อนจะเปลี่ยนวิธีที่ใช้อยู่เดิม ควรปรึกษาทนายความด้านแรงงานหรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่

ให้ใบลาหักเงินให้เอง

ใน eSimPayroll แค่บันทึกใบลาแบบไม่รับค่าจ้าง ระบบจะหักเงินในงวดนั้นให้อัตโนมัติ — เงินเดือน ÷ 30 × จำนวนวัน แบ่งวันตามวันตัดรอบให้ถูกต้อง และข้ามลูกจ้างรายวันเพื่อไม่ให้หักซ้ำ ประกันสังคมและภาษีคิดใหม่จากค่าจ้างที่จ่ายจริง ทดลองฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

🚀 เริ่มทดลองฟรี 30 วัน ดูฟีเจอร์ทั้งหมด

บทความอื่น ๆ

eSimPayroll โปรแกรมเงินเดือนออนไลน์สำหรับธุรกิจไทย

คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ประกันสังคม และกองทุนตามกฎหมายไทย ออกสลิปเงินเดือน 50 ทวิ ภ.ง.ด.1 และ สปส.1-10 พร้อมยื่น ทดลองฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ไม่ต้องติดตั้ง

🚀 เริ่มใช้งานฟรี 30 วัน ดูฟีเจอร์ทั้งหมด ดูราคา