ลาไม่รับค่าจ้าง (LWOP) หักเงินยังไง — หาร 30 หรือหารวันทำงานจริง
ลาไม่รับค่าจ้าง ดูเหมือนรายการหักที่ง่ายที่สุดบนสลิป — ไม่มาทำงานก็ไม่ได้ค่าจ้าง แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวเลข คนทำเงินเดือนสองคนในบริษัทเดียวกัน หักเงินลา 3 วันเท่ากันได้ตัวเลขไม่เท่ากัน เพราะใช้ตัวหารคนละตัว
ขั้นแรก — มันเป็นลาไม่รับค่าจ้างจริงหรือเปล่า
ก่อนหักเงิน ต้องเช็คก่อนว่าวันนั้นลูกจ้างยังมีสิทธิลาที่ได้รับค่าจ้างเหลืออยู่ไหม การไปหักเงินจากวันลาที่กฎหมายบังคับให้จ่าย คือความผิดพลาดที่แพงที่สุดในเรื่องนี้
| ประเภทการลา | ได้ค่าจ้างไหม | สิทธิตามกฎหมาย |
|---|---|---|
| ลาป่วย | ✅ ได้ | ได้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงาน/ปี |
| ลากิจธุระจำเป็น | ✅ ได้ | ได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน/ปี |
| ลาพักร้อน | ✅ ได้ | ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน/ปี หลังทำงานครบ 1 ปี |
| ลาคลอด | 🟡 บางส่วน | รวม 98 วัน โดยนายจ้างจ่ายค่าจ้าง 45 วัน |
| ลารับราชการทหาร | ✅ ได้ | ได้ค่าจ้างไม่เกิน 60 วัน/ปี |
| ลาไม่รับค่าจ้าง | ❌ ไม่ได้ | ไม่ใช่สิทธิตามกฎหมาย เป็นการตกลงกัน |
| ขาดงาน | ❌ ไม่ได้ | ไม่ได้ค่าจ้าง และอาจเป็นเรื่องวินัยด้วย |
วันหนึ่งจะกลายเป็นลาไม่รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อสิทธิที่ได้ค่าจ้างถูกใช้หมดแล้ว หรือการหยุดนั้นไม่เข้าข่ายการลาประเภทที่ได้ค่าจ้างเลย เช่น ลูกจ้างที่ลาป่วยครบ 30 วันแล้ว ป่วยอีก วันที่ 31 เป็นต้นไปคือลาไม่รับค่าจ้าง
คำถามเรื่องตัวหาร — 30 หรือวันทำงานจริง
นี่คือปัญหาทั้งหมด สมมติเงินเดือน 30,000 บาท ลาไม่รับค่าจ้าง 3 วันในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งมี 31 วันตามปฏิทิน และถ้าทำงาน 5 วัน/สัปดาห์ จะมีวันทำงาน 21 วัน
| ตัวหารที่ใช้ | ค่าจ้างต่อวัน | หัก 3 วัน |
|---|---|---|
| 30 (วิธีที่ใช้กันทั่วไป) | 1,000.00 | 3,000.00 |
| 31 (วันตามปฏิทินจริง) | 967.74 | 2,903.23 |
| 21 (วันทำงานจริง) | 1,428.57 | 4,285.71 |
ลา 3 วันเท่ากัน แต่ตัวเลขห่างกันเกือบ 1,400 บาท การหารด้วย 21 หักมากกว่าการหารด้วย 30 ถึง 43%
ทำไม 30 ถึงปลอดภัยกว่า
กฎหมายแรงงานไทย เวลาต้องหาค่าจ้างต่อวันของลูกจ้างรายเดือน เช่น เพื่อคิดค่าล่วงเวลาหรือค่าทำงานวันหยุด จะถือว่าหนึ่งเดือนเท่ากับ 30 วัน ไม่ว่าเดือนนั้นจะมี 28 30 หรือ 31 วัน การใช้ตัวหารเดียวกันตอนหักเงินด้วย ทำให้ทั้งสลิปมีค่าจ้างต่อวันตัวเดียวกันตลอด
| ตัวหาร | ปัญหาที่เจอจริง |
|---|---|
| วันตามปฏิทิน (28–31) | ค่าจ้างต่อวันเปลี่ยนทุกเดือน ลา 2 วันในเดือนกุมภาพันธ์แพงกว่าลา 2 วันในเดือนมีนาคม โดยที่ลูกจ้างไม่เข้าใจว่าทำไม |
| วันทำงานจริง (20–23) | หักมากกว่าที่ลูกจ้างได้รับต่อวันตามปฏิทิน และขัดกับตัวหารที่กฎหมายใช้คิด OT บนสลิปใบเดียวกัน |
| 30 (คงที่) | ค่าจ้างต่อวันเท่ากันทุกเดือน สอดคล้องกับฐานคิด OT และอธิบายให้ลูกจ้างหรือเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานฟังได้ง่าย |
เลือกวิธีไหนก็ตาม ต้องเขียนไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และใช้แบบเดียวกันกับทุกคนทุกเดือน นายจ้างที่หักลูกจ้างคนหนึ่งด้วยวันทำงานจริง อีกคนด้วย 30 วัน มีปัญหาหนักกว่าการเลือกตัวหารผิดมาก
ตัวอย่างคำนวณจริง
เงินเดือน 30,000 บาท ลาไม่รับค่าจ้าง 3 วันในงวดนี้ ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคมปกติ
| รายการ | วิธีคิด | จำนวน (บาท) |
|---|---|---|
| เงินเดือน | — | 30,000.00 |
| ค่าจ้างต่อวัน | 30,000 ÷ 30 | 1,000.00 |
| หักลาไม่รับค่าจ้าง | 1,000 × 3 วัน | − 3,000.00 |
| ค่าจ้างที่จ่ายจริง | 30,000 − 3,000 | 27,000.00 |
| ประกันสังคม 5% | ติดเพดานฐาน 17,500 × 5% | − 875.00 |
| เงินสุทธิ | ก่อนภาษีเงินได้ | 26,125.00 |
สังเกตบรรทัดประกันสังคม ค่าจ้างลดเหลือ 27,000 แต่เงินสมทบไม่ขยับ เพราะ 27,000 ยังสูงกว่าเพดาน 17,500 อยู่ดี แต่ถ้าเงินเดือน 18,000 แล้วหัก 3,000 ค่าจ้างจะเหลือ 15,000 ซึ่งต่ำกว่าเพดาน เงินสมทบจะลดจาก 875 เหลือ 750 บาท
อะไรเปลี่ยนตามบ้าง
| รายการ | ผลจากการลาไม่รับค่าจ้าง |
|---|---|
| ประกันสังคม | คิดจากค่าจ้างที่จ่ายจริง ฐานอยู่ระหว่าง 1,650–17,500 บาท เงินสมทบจึงเปลี่ยนก็ต่อเมื่อค่าจ้างตกลงมาต่ำกว่าเพดาน |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | ลดลง เพราะเงินได้ของเดือนนั้นน้อยลง ต้องคำนวณใหม่ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขเดือนก่อน |
| กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง | คิดจากค่าจ้างที่จ่ายเช่นกัน จึงลดลงตาม |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | เป็นไปตามที่ข้อบังคับกองทุนกำหนดว่าใช้ฐานอะไร โดยทั่วไปคือค่าจ้างที่จ่ายจริง |
| อายุงาน | วันที่ลาไม่รับค่าจ้างจะนับเป็นอายุงานหรือไม่ ซึ่งมีผลต่อค่าชดเชยและวันลาพักร้อน ควรระบุให้ชัดในข้อบังคับหรือข้อตกลงการลา |
ลูกจ้างรายวัน — อย่าหักซ้ำ
ลูกจ้างรายวันได้ค่าจ้างตามจำนวนวันที่มาทำงานจริง วันที่ไม่มาก็ไม่มีค่าจ้างสำหรับวันนั้นตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ถ้าไปหักเงินลาไม่รับค่าจ้างซ้ำอีก เท่ากับหักวันเดียวกันสองครั้ง ลูกจ้างจะได้ค่าจ้างน้อยกว่าที่ควรได้
แต่ยังควรบันทึกใบลาไว้ เพราะมีผลกับสถิติการมาทำงาน เบี้ยขยัน และใช้อธิบายว่าทำไมเดือนนั้นวันทำงานถึงน้อยลง
ลาครึ่งวันและลาเป็นชั่วโมง
หักตามสัดส่วน ลาครึ่งวันคือ 0.5 วัน ถ้าลาเป็นชั่วโมง ให้เอาจำนวนชั่วโมงที่ลาหารด้วยชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน
| ลา | คิดเป็นวัน | หักจากเงินเดือน 30,000 |
|---|---|---|
| ครึ่งวัน | 0.5 | 500.00 |
| 2 ชั่วโมง (วันละ 8 ชม.) | 2 ÷ 8 = 0.25 | 250.00 |
| 4 ชั่วโมง (วันละ 8 ชม.) | 4 ÷ 8 = 0.5 | 500.00 |
ควรกำหนดหน่วยการลาขั้นต่ำไว้ในข้อบังคับ เช่น ครึ่งวัน หรือ 1 ชั่วโมง เพื่อให้การหยุดแบบเดียวกันถูกบันทึกเหมือนกันทุกครั้ง
ใบลาที่คร่อมสองงวด
ลูกจ้างลาไม่รับค่าจ้างตั้งแต่ 30 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม รวม 4 วัน แต่ไม่ได้อยู่ในสลิปใบเดียวกันทั้งหมด — 2 วันอยู่งวดกรกฎาคม อีก 2 วันอยู่งวดสิงหาคม ถ้าหักทั้ง 4 วันในเดือนสิงหาคม จะหักเกินในสิงหาคมและหักขาดในกรกฎาคม
ถ้าบริษัทใช้วันตัดรอบที่ไม่ใช่สิ้นเดือน การแบ่งวันต้องยึดวันตัดรอบ ไม่ใช่เดือนตามปฏิทิน
เช็คก่อนหัก
| ตรวจ | ทำไมต้องตรวจ |
|---|---|
| สิทธิลาที่ได้ค่าจ้างหมดแล้วจริง | หักเงินจากวันลาที่กฎหมายบังคับให้จ่าย ทำไม่ได้ |
| มีใบลาที่อนุมัติแล้วเก็บไว้ | ยอดหักต้องย้อนกลับไปหาเอกสารได้ |
| นับวันเข้างวดถูกต้อง | ใบลาที่คร่อมวันตัดรอบอยู่ในสลิปสองใบ |
| ตัวหารตรงกับข้อบังคับ | ความไม่เหมือนกันระหว่างลูกจ้างคือความเสี่ยงจริง |
| คิดประกันสังคมและภาษีใหม่ | ทั้งสองอย่างคิดจากค่าจ้างที่จ่ายจริง |
| แสดงเป็นบรรทัดแยกพร้อมจำนวนวัน | ลูกจ้างที่ไม่เห็นจำนวนวัน ตรวจตัวเลขไม่ได้ |
หน้านี้อธิบายแนวปฏิบัติที่ใช้กันทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย การลาไม่รับค่าจ้างส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน มากกว่าจะมีสูตรตายตัวในกฎหมาย ถ้าเป็นกรณีมีข้อพิพาท หรือก่อนจะเปลี่ยนวิธีที่ใช้อยู่เดิม ควรปรึกษาทนายความด้านแรงงานหรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่
ให้ใบลาหักเงินให้เอง
ใน eSimPayroll แค่บันทึกใบลาแบบไม่รับค่าจ้าง ระบบจะหักเงินในงวดนั้นให้อัตโนมัติ — เงินเดือน ÷ 30 × จำนวนวัน แบ่งวันตามวันตัดรอบให้ถูกต้อง และข้ามลูกจ้างรายวันเพื่อไม่ให้หักซ้ำ ประกันสังคมและภาษีคิดใหม่จากค่าจ้างที่จ่ายจริง ทดลองฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต



