คำนวณค่าล่วงเวลา OT ยังไง? อัตรา 1.5 / 2 / 3 เท่า ต่างกันตรงไหน
ค่าล่วงเวลา เป็นรายการที่คิดผิดบ่อยที่สุดบนสลิปเงินเดือนไทย ไม่ใช่เพราะอัตราซับซ้อน แต่เพราะค่าจ้างต่อชั่วโมงที่เอามาคูณ แต่ละที่คิดไม่เหมือนกัน หน้านี้อธิบายทั้งสองส่วน — หาค่าจ้างต่อชั่วโมงยังไง และอัตราไหนใช้เมื่อไหร่
ขั้นที่ 1 — หาค่าจ้างต่อชั่วโมง
จุดนี้คือต้นตอของความผิดพลาดส่วนใหญ่ วิธีคิดขึ้นกับว่าลูกจ้างได้ค่าจ้างแบบไหน
| ประเภท | ค่าจ้างต่อวัน | ค่าจ้างต่อชั่วโมง |
|---|---|---|
| รายเดือน | เงินเดือน ÷ 30 | ค่าจ้างต่อวัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน |
| รายวัน | ค่าจ้างต่อวันที่ตกลงกัน | ค่าจ้างต่อวัน ÷ ชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน |
ทำไมต้องหาร 30 ไม่ใช่จำนวนวันจริงของเดือน? สำหรับลูกจ้างรายเดือน กฎหมายให้ถือว่าเดือนหนึ่งมี 30 วันเสมอ ไม่ว่าเดือนนั้นจะมี 28, 30 หรือ 31 วัน ถ้าใช้จำนวนวันจริงจะได้ค่าจ้างต่อชั่วโมงไม่เท่ากันทุกเดือน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ค่า OT คิดออกมาไม่ตรงกัน
ขั้นที่ 2 — เลือกอัตราให้ถูก
กฎหมายแรงงานไทยแบ่งเป็น 3 สถานการณ์ ที่คนสับสนที่สุดคือความต่างระหว่างทำงานในวันหยุด กับทำงานล่วงเวลาในวันหยุด
| สถานการณ์ | อัตรา | ใช้กับ |
|---|---|---|
| ล่วงเวลาในวันทำงาน | 1.5× | ชั่วโมงที่ทำเกินเวลาทำงานปกติของวันทำงานธรรมดา |
| ทำงานในวันหยุด | 1× หรือ 2× | รายเดือนที่ได้ค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้ว ได้เพิ่มอีก 1 เท่า · รายวันที่ไม่ได้ค่าจ้างวันหยุด ได้ 2 เท่า |
| ล่วงเวลาในวันหยุด | 3× | ชั่วโมงที่ทำเกินเวลาทำงานปกติ ในวันหยุด |
ลองคิดจริงทีละขั้น
สมมติพนักงานรายเดือน เงินเดือน 15,000 บาท ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง
- ค่าจ้างต่อวัน = 15,000 ÷ 30 = 500 บาท
- ค่าจ้างต่อชั่วโมง = 500 ÷ 8 = 62.50 บาท
- ทำ OT วันทำงาน 2 ชั่วโมง = 62.50 × 1.5 × 2 = 187.50 บาท
- ทำงานวันหยุด 8 ชั่วโมง = 62.50 × 1 × 8 = 500 บาท เพิ่มจากค่าจ้างวันหยุดที่ได้อยู่แล้ว
- ทำ OT ในวันหยุด 3 ชั่วโมง = 62.50 × 3 × 3 = 562.50 บาท
เพดาน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ชั่วโมงล่วงเวลารวมกับชั่วโมงทำงานในวันหยุด ต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และการให้ทำล่วงเวลาต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ยกเว้นงานบางลักษณะที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะ
ในทางปฏิบัติแปลว่าต้องมี 2 อย่าง คือบันทึกความยินยอม และบันทึกชั่วโมงที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ไม่ใช่อาศัยความจำ
ค่าล่วงเวลากับภาษี
ค่าล่วงเวลาเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ต้องนำไปรวมในเงินได้ทั้งปีที่ใช้คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และต้องแสดงเป็นรายการแยกบรรทัดบนสลิป เพื่อให้พนักงานตรวจสอบได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือจ่าย OT แยกนอกระบบเงินเดือนเหมือนเป็นเงินพิเศษ — OT คือค่าจ้าง ถ้าไม่รวมในฐานภาษี ภาษีที่หักจะขาด แล้วจะไปโผล่ตอนสิ้นปีเมื่อ 50 ทวิ ไม่ตรงกับที่จ่ายจริง
คำถามที่พบบ่อย
ค่าล่วงเวลาคิดยังไง
หาค่าจ้างต่อชั่วโมงก่อน แล้วคูณอัตราตามกฎหมายและจำนวนชั่วโมง รายเดือนใช้ เงินเดือน ÷ 30 ÷ ชั่วโมงทำงานต่อวัน ส่วนรายวันใช้ ค่าจ้างต่อวัน ÷ ชั่วโมงทำงานต่อวัน จากนั้นคูณ 1.5, 2 หรือ 3 เท่าตามสถานการณ์
อัตรา 1.5 เท่า 2 เท่า 3 เท่า ใช้ต่างกันเมื่อไหร่
1.5 เท่า สำหรับล่วงเวลาในวันทำงานธรรมดา · 2 เท่า สำหรับลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าจ้างวันหยุด เช่นรายวัน มาทำงานในวันหยุด ส่วนรายเดือนที่ได้ค่าจ้างวันหยุดอยู่แล้วได้เพิ่มอีก 1 เท่า · 3 เท่า สำหรับล่วงเวลาในวันหยุด คือทำเกินเวลาทำงานปกติของวันนั้น
พนักงานรายเดือนคิดค่าจ้างต่อชั่วโมงยังไง
เงินเดือน ÷ 30 ได้ค่าจ้างต่อวัน แล้ว ÷ ชั่วโมงทำงานต่อวัน เช่น เงินเดือน 15,000 ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง จะได้ 15,000 ÷ 30 = 500 แล้ว 500 ÷ 8 = 62.50 บาทต่อชั่วโมง ทำ OT 1 ชั่วโมงในวันทำงานได้ 62.50 × 1.5 = 93.75 บาท
ทำ OT ได้สูงสุดกี่ชั่วโมง
ล่วงเวลารวมกับชั่วโมงทำงานในวันหยุดต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ยกเว้นงานบางลักษณะที่กฎหมายกำหนด ควรเก็บทั้งบันทึกความยินยอมและบันทึกชั่วโมงไว้
สรุป
ตัวคูณเป็นส่วนที่ง่าย สิ่งที่ตัดสินว่า OT ถูกหรือผิดคือค่าจ้างต่อชั่วโมงที่อยู่ข้างใต้ — รายเดือนต้องหาร 30 ไม่ใช่หารจำนวนวันจริงของเดือนนั้น และอย่าลืมว่าOT คือค่าจ้าง จึงต้องอยู่ในฐานภาษีและแสดงเป็นบรรทัดของตัวเองบนสลิป
ให้ระบบคิดอัตราให้
eSimPayroll คิดค่าจ้างต่อชั่วโมงตามประเภทการจ้างให้เอง ใช้อัตรา 1.5 เท่าและ 3 เท่าตามกฎหมาย ส่งค่า OT เข้าฐานภาษีอัตโนมัติ และแสดงเป็นบรรทัดแยกบนสลิป ทดลองฟรี 30 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต



