กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หัก 0.25% เริ่ม 1 ต.ค. 2569 — สรุปครบทุกเรื่องที่ต้องรู้
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (Employee Welfare Fund หรือ EWF) คือกองทุนตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ที่ให้ลูกจ้างและนายจ้างช่วยกันสะสมเงินไว้ เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างได้รับเงินก้อนเมื่อออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออกเอง ถูกเลิกจ้าง เกษียณ หรือเสียชีวิต โดยมี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นผู้ดูแล
ใครต้องเข้ากองทุน และใครได้รับยกเว้น
- ต้องเข้า: นายจ้างภาคเอกชนที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ได้รับยกเว้น: นายจ้างที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน
- ได้รับยกเว้น: นายจ้างที่จัดให้มี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้ลูกจ้างอยู่แล้ว
- จุดที่พลาดกันบ่อย: ถ้ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ลูกจ้างบางคนยังไม่ได้เข้า เช่นอยู่ระหว่างทดลองงาน คนเหล่านั้นยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
อัตราหักเงินและกำหนดเวลานำส่ง
| ช่วงเวลา | ลูกจ้างจ่าย | นายจ้างสมทบ | รวม |
|---|---|---|---|
| 1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574 | 0.25% | 0.25% | 0.50% |
| ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป | 0.50% | 0.50% | 1.00% |
นายจ้างมีหน้าที่หักเงินจากค่าจ้างของลูกจ้าง แล้วนำส่งพร้อมเงินสมทบของนายจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
วิธีคำนวณ พร้อมตัวอย่างจริง
สูตรตรงไปตรงมา: เงินหัก = ค่าจ้าง × 0.25 ÷ 100
- เงินเดือน 15,000 บาท → หัก 37.50 บาท นายจ้างสมทบอีก 37.50 บาท
- เงินเดือน 20,000 บาท → หัก 50 บาท นายจ้างสมทบอีก 50 บาท
- เงินเดือน 30,000 บาท → หัก 75 บาท นายจ้างสมทบอีก 75 บาท
- เงินเดือน 50,000 บาท → หัก 125 บาท นายจ้างสมทบอีก 125 บาท
ต่างจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร
- กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง: บังคับตามกฎหมาย · อัตราคงที่ 0.25% · ได้รับเงินคืนเมื่อออกจากงาน
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: สมัครใจ · อัตราตกลงกันเอง (ทั่วไป 2–15%) · เน้นออมเพื่อเกษียณ
- เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง: ลูกจ้างที่อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว ไม่ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ลูกจ้างได้อะไร และได้รับเงินเมื่อไหร่
ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสมของตัวเองบวกเงินสมทบของนายจ้างทั้งหมดเมื่อสิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด — ลาออกเอง ถูกเลิกจ้าง เกษียณอายุ หรือเสียชีวิต (กรณีเสียชีวิตจ่ายให้ทายาท) ต่างจากประกันสังคมที่ต้องเข้าเงื่อนไขเฉพาะจึงจะเบิกได้
นายจ้างต้องเตรียมอะไรบ้าง
- นับจำนวนลูกจ้าง — ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเข้าเงื่อนไข
- ตรวจว่ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วหรือไม่ และลูกจ้างทุกคนเข้ากองทุนนั้นครบหรือยัง
- ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภายในกำหนด
- เพิ่มรายการหักใหม่ในระบบเงินเดือน และให้แสดงบนสลิปเงินเดือนด้วย
- ตั้งเตือนภายในองค์กรให้นำส่งเงินภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: บริษัทมีลูกจ้าง 8 คน ต้องเข้ากองทุนไหม
ตอบ: ไม่ต้อง เพราะยังไม่ถึง 10 คน แต่เข้าโดยสมัครใจได้
ถาม: มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ต้องหักเพิ่มอีกไหม
ตอบ: ไม่ต้อง ลูกจ้างที่อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับยกเว้น แต่ถ้ามีลูกจ้างบางคนยังไม่ได้เข้ากองทุนนั้น คนเหล่านั้นต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ถาม: หักจากค่าจ้างอย่างเดียว หรือรวมโอทีและโบนัสด้วย
ตอบ: คิดจากค่าจ้างตามนิยามของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งโดยหลักไม่รวมค่าล่วงเวลาและโบนัส — ควรตรวจสอบรายการที่ถือเป็นค่าจ้างของบริษัทกับที่ปรึกษาแรงงานอีกครั้ง
ถาม: ลูกจ้างรายวันต้องหักด้วยไหม
ตอบ: ต้องหักเช่นกัน โดยคิด 0.25% จากค่าจ้างที่ได้รับจริงในงวดนั้น
ถาม: ถ้านำส่งช้ากว่าวันที่ 15 จะเป็นอย่างไร
ตอบ: ถือว่าผิดหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และอาจมีเงินเพิ่มหรือโทษตามที่กฎหมายกำหนด ควรตั้งรอบนำส่งให้ตรงเวลาทุกเดือน
แหล่งอ้างอิง
- กรมประชาสัมพันธ์ — กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่ม 1 ตุลาคม 2569
- Thai PBS — สิทธิที่ลูกจ้างต้องรู้ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน หมวดกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
บทความนี้เรียบเรียงเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรุณาตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือที่ปรึกษาด้านแรงงานก่อนนำไปปฏิบัติ